โลโก้โรงเรียนอนุบาลบ้านสนุกคิด


โรงเรียนของเรา

นโยบาย

1.ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการให้ครบทุกด้าน ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม อารมณ์และสติปัญญา เนื่องจากเด็กยังต้องการเวลาสำหรับการพักผ่อน ออกกำลังกายและการทำกิจกรรม เพื่อให้สมองได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพครบทุกด้าน การส่งเสริมความรู้ทางวิชาการแต่เพียงด้านเดียว จะเป็นการทำลายโอกาสในการพัฒนาสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับไหวพริบ จินตนาการและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

2.การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก เด็กต้องมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ โดยการจัดกิจกรรมให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างมีเป้าหมาย เพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เปิดโอกาสให้เด็กได้ลงมือกระทำเอง ฝึกการคิดแก้ปัญหา โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว โดยมีคุณครูเป็นผู้ปลุกเร้าความสนใจ เพื่อกระตุ้นให้เด็กรู้จักการสังเกต สงสัย และต้องการการเรียนรู้อย่างสนุกสนานตามพัฒนาการของเด็ก

3.มีเวทีให้เด็กได้แสดงออก เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออก พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ในบรรยากาศที่อบอุ่นสม่ำเสมอ เพื่อเด็กจะได้เห็นคุณค่าในตนเอง เกิดความตระหนักในสิ่งที่ตนเองพูด  สิ่งที่พูดได้รับความสนใจและมีคุณค่าต่อผู้อื่น สร้างความภาคภูมิใจในตนเอง เกิดความเคารพนับถือตนเองและผู้อื่น

4.สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ โดยสิ่งที่เด็กต้องการเรียนรู้เป็นการตอบสนองความ  ต้องการภายในของตนเอง อยากรู้อยากเห็น อยากหาคำตอบ โดยมีคุณครูเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการสำรวจ สืบเสาะ ค้นหาแหล่งข้อมูล

5.เน้นการเรียนรู้จากกิจกรรมที่หลากหลาย มีการทำงานเป็นกลุ่ม เพื่อปลูกฝังให้เด็กเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างของผู้อื่น เรียนรู้ในการเป็นผู้ให้และผู้รับ รวมทั้งการจัดการกับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นเพื่อให้เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

6.จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับวันสำคัญของไทย เพื่อปลูกฝังให้เด็กได้เรียนรู้และปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างถูกต้อง รวมทั้งภาคภูมิใจในความเป็นไทยที่มีวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน

7.กำหนดสัดส่วนระหว่างครูและนักเรียน ในชั้นเตรียมอนุบาล ครู 1 คน ดูแลเด็กไม่เกิน 5 คน และไม่เกิน 10 คนในชั้นอนุบาล เพื่อคุณครูจะได้ดูแลเด็กได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากเด็กมีความแตกต่างกัน ครูที่ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดจะมีความเข้าใจเด็กได้มากขึ้น ให้ความสนใจเด็กเป็นรายบุคคลและสามารถพัฒนาเด็กให้เกิดศักยภาพสูงสุด

8.สร้างความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษให้กับเด็ก โดยใช้ครูต่างชาติในการเรียนการสอน ยึดรูปแบบหลักสูตรของอังกฤษเป็นต้นแบบ วางพื้นฐานตั้งแต่การออกเสียง phonic การผสมคำ ในบรรยากาศการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน เด็กได้แสดงออกอย่างเต็มที่

9.โรงเรียนให้ความสำคัญต่อการสื่อสารกับผู้ปกครอง ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูล รายงานผลประจำสัปดาห์ ให้คำแนะนำและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับเด็ก เราเชื่อว่า สายสัมพันธ์ที่เข้มแข็งระหว่างบ้านและโรงเรียนจะสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับเด็ก ดังนั้น โรงเรียนและบ้านควรไปในทิศทางเดียวกั

 

เป้าหมาย

   การศึกษาในระยะเริ่มแรกของชีวิตมีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นรากฐานของการพัฒนาการก้าวต่อไปของชีวิตบุคคลแต่ละคน ตลอดจนเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถ แรงจูงใจใฝ่เรียนรู้ ใฝ่ดีและกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองของเด็ก ที่จะส่งผลต่อเนื่องจากช่วงวัยเด็กไปสู่วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ ประสบการณ์ในวัยเด็กจะถูกสั่งสมเพื่อเป็นทักษะพื้นฐานต่อการเรียนรู้และพัฒนาต่อไป ดังนั้นเป้าหมายการพัฒนาเด็กจึงเน้นการส่งเสริมพัฒนาการครบทุกด้าน ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม อารมณ์และสติปัญญา ดังนี้

ด้านร่างกาย

          เด็กมีทักษะในการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่(กล้ามเนื้อแขน-ขา-ลำตัว) กล้ามเนื้อมัดเล็ก(กล้ามเนื้อมือ-นิ้วมือ)และการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อมือและระบบประสาทในการทำกิจกวัตรประจำวันหรือกิจกรรมต่างๆอย่างมั่นใจในตนเองและสามารถควบคุมการใช้ส่วนต่างๆของร่างกายอย่างคล่องตัว

ด้านจิตใจ อารมณ์

          เด็กสามารถแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกที่เหมาะสมกับวัย มีความสุข ร่าเริง แจ่มใส มีประสบการณ์เพื่อพัฒนาความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง และมีความมั่นใจในตนเอง การจัดการเรียนรู้ในบรรยากาศที่อบอุ่น มั่นคง เกิดความรู้สึกปลอดภัยไว้วางใจ เพื่อให้เด็กเกิดความรูสึกที่ดีต่อตนเองและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้อื่น เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ยอมรับและเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น มีทัศนคติทางด้านบวกในการดำเนินชีวิต

ด้านสังคม

          เด็กมีความสุขในการเรียนรู้และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีควาสุข มีความเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างของผู้อื่นเห็นคุณค่าในตนเองและรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม

ด้านสติปัญญา

           เด็กได้รับรู้และเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวในชีวิตประจำวันผ่านการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อให้เด็กรู้จักการสังเกตคุณลักษณะต่างๆ เกิดความสงสัย เกิดคำถามและต้องการหาคำตอบ มีการฝึกการใช้อวัยวะรับสัมผัสต่างๆในการแยกแยะสิ่งที่รับรู้ เกิดการเรียนรู้ในด้านความเหมือน ความแตกต่างและมิติสัมพันธ์ รวมทั้งการใช้ภาษาสื่อความหมายและความคิดเห็นของตนเอง สามารถพัฒนารูปแบบความคิดที่หลากหลาย และเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่เป็นปัญหา สามารถใช้เหตุผลในการแก้ปัญหาได้เหมาะสมกับวัย