ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > ลองสอบดู!

ลองสอบดู!


    วันนี้โรงเรียนปิดเทอม(1).. ได้อยู่บ้านกับลูก  เปิดทีวีพอดีมีการสอบเก็บคะแนนชั้นประถมศึกษาปีที่1(ป.1) โรงเรียนไกลกังวล หัวหิน(สอนทางไกลผ่านดาวเทียม)เลยให้ลูกลองสอบพร้อมๆกับเด็กนักเรียนในทีวี ข้อสอบเดียวกันครับ

ให้ทำคนเดียว ไม่อธิบายเพิ่ม จับเวลาตามทีวีผลสอบได้คะแนนอย่างนี้ครับ

วิชาศิลปะ สอบได้8/10

วิชาสังคม สอบได้10/10

วิชาเลขคณิต สอบได้19/20

  ลูกเรียนอยู่อนุบาล3(เทอม1)ไม่ได้เรียนพิเศษเสริมวิชาใดๆครับ

..ขอขอบคุณ คุณครูที่ให้ความรู้กับเด็กๆของเราครับ..



ผู้ตั้งกระทู้ พ่อธรรมดา :: วันที่ลงประกาศ 2011-09-29 22:41:32


[1]

ความเห็นที่ 1 (2084852)

อยากบอกว่าเยี่ยมมากๆเลยค่ะ ไม่ทราบทีวีช่องไหนคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณแม่อ.2 วันที่ตอบ 2011-09-30 10:33:31


ความเห็นที่ 2 (2084909)

 

คุณแม่อ.2  ครับ

 ใช้เครื่องรับดาวเทียมระบบเคยูแบนด์ครับ( จานเล็กแบบของทรู ) ดูได้ฟรีครับ สอนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่1-มัธยมศึกษาตอนปลาย...ดูข้อมูลได้ครับที่นี่ครับ

http://www.dlf.ac.th/

http://childmedia.net/node/256


วันนี้ลองสอบอีกที ยังไม่แน่ใจเห็นมีสอบภาษาอังกฤษ10ข้อ และการบวกลบเลขแบบตาราง9ช่อง 46คำตอบ

ลูกตอบได้ถูกหมดครับ ผมไม่ได้มีความต้องการจะโอ้อวดนะครับ เพียงแค่ลองทดสอบลูกด้วยตัวเองเล่นๆกับทางโรงเรียนต้นแบบการสอนทางไกลเท่านั้นครับ

"  ขอบคุณครับที่สนใจ  " 

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2011-10-01 00:16:07


ความเห็นที่ 3 (2084919)

ขอบคุณมากค่ะ เดี๋ยวลองดูบ้างนะคะ แต่ถือว่าน้องสมาธิดีมากนะคะ ลูกชายถ้าอยู่หน้าจอเมื่อไรไม่พ้นการ์ตูนค่ะ แต่ที่บ้านถ้าว่างๆก็จะให้ลองทำข้อสอบเชาวน์ดูน่ะค่ะ(จะได้ไม่เล่นมากจนเกินไป อิอิ) น้องจะชอบและทำได้อยู่ค่ะ แต่ก็ต้องคอยเรียกตลอดเพราะ ใจลอยเหลือเกินค่ะ  ว่าแต่น้องชื่ออะไรคะ ลูกชายคุณแม่คือน้องนาโนน่ะค่ะ  ขอบคุณเช่นกันค่ะ สำหรับข้อมูลที่นำมาแบ่งปันกันค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณแม่อ.2 วันที่ตอบ 2011-10-01 09:23:10


ความเห็นที่ 4 (2084981)

 

คุณแม่อ.2 ครับ

ผมเคยคุยกับน้องนาโนครับ น้องสดใสและแข็งแรงมากครับ ชอบเล่นกับพี่ๆK.3เช่นน้องเจมส์

ลูกสาวผมบอกว่าน้องนาโนชอบเล่นBEN10มาก ไม่ชอบเล่นกับเด็กผู้หญิง(555)

 ผมขอแบ่งปันเรื่องเชาว์และสมาธิ+การดูทีวีครับ อาจเป็นประโยชน์บ้างเล็กน้อยกับท่านอื่นๆหรือท่านที่มีข้อมูลที่ดีมาแ่บ่งปันกันได้ครับเพื่อเด็กๆของเรา( ถ้าไม่สมควร ผู้ดูแลลบได้เลยครับ)

- แม่ของลูกจะใช้หนังสือสมองซีกซ้ายและสมองซีกขวาชุดอัจฉริยะปั้นได้(2เล่ม)ของnanmeebooks ราคาเล่มละ195฿(ลองอ่านดูก่อนได้ครับ)เป็นต้น

-ให้เรียนคอมพิวเตอร์ผ่านการเล่นเกมส์ของDisney Preschoolและwinnie the pooh(มีหลายกล่อง)ราคากล่องละ250฿(ตอนผมซื้อลดราคา50%)

-ผมเลือกทีวีให้ลูกดูแต่ลูกชอบดูDisney junion+Explore123+เกมส์แข่งขันการทดลองวิทยาศาสตร์ของเด็ก+ข่าวภาคค่ำ(เล็กน้อย)แน่นอนต้องมีบาร์บี้และเรื่องเจ้าหญิงต่างๆไม่ขาดครับ

-ก่อนนอนแม่จะเล่านิทานให้ฟังหรืออ่านให้แม่ฟังแทน(นานมากกว่าจะจบเรื่อง)

++ ผมยินดีครับที่ได้แบ่งปันข้อมูลกันเพื่อเด็กๆของเรา และผมรักโรงเรียนนี้ครับ ++

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2011-10-02 01:29:06


ความเห็นที่ 5 (2084982)

 

คุณแม่อ.2 ครับ

ผมเคยคุยกับน้องนาโนครับ น้องสดใสและแข็งแรงมากครับ ชอบเล่นกับพี่ๆK.3เช่นน้องเจมส์

ลูกสาวผมบอกว่าน้องนาโนชอบเล่นBEN10มาก ไม่ชอบเล่นกับเด็กผู้หญิง(555)

 ผมขอแบ่งปันเรื่องเชาว์และสมาธิ+การดูทีวีครับ อาจเป็นประโยชน์บ้างเล็กน้อยกับท่านอื่นๆหรือท่านที่มีข้อมูลที่ดีมาแ่บ่งปันกันได้ครับเพื่อเด็กๆของเรา( ถ้าไม่สมควร ผู้ดูแลลบได้เลยครับ)

- แม่ของลูกจะใช้หนังสือสมองซีกซ้ายและสมองซีกขวาชุดอัจฉริยะปั้นได้(2เล่ม)ของnanmeebooks ราคาเล่มละ195฿(ลองอ่านดูก่อนได้ครับ)เป็นต้น

-ให้เรียนคอมพิวเตอร์ผ่านการเล่นเกมส์ของDisney Preschoolและwinnie the pooh(มีหลายกล่อง)ราคากล่องละ250฿(ตอนผมซื้อลดราคา50%)

-ผมเลือกทีวีให้ลูกดูแต่ลูกชอบดูDisney junion+Explore123+เกมส์แข่งขันการทดลองวิทยาศาสตร์ของเด็ก+ข่าวภาคค่ำ(เล็กน้อย)แน่นอนต้องมีบาร์บี้และเรื่องเจ้าหญิงต่างๆไม่ขาดครับ

-ก่อนนอนแม่จะเล่านิทานให้ฟังหรืออ่านให้แม่ฟังแทน(นานมากกว่าจะจบเรื่อง)

++ ผมยินดีครับที่ได้แบ่งปันข้อมูลกันเพื่อเด็กๆของเรา และผมรักโรงเรียนนี้ครับ ++

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2011-10-02 01:43:16


ความเห็นที่ 6 (2085081)

ขอชื่นชมจริงๆเลยค่ะ เป็นครอบครัวที่วางแผนการเลี้ยงลูกเป็นอย่างดีจริงๆ ต้องขออนุญาตนำมาใช้เป็นแบบอย่างแล้วล่ะค่ะ อิอิ น้องนาโนก็อย่างงั้นแหละค่ะ ชอบพูดถึงพี่เดกิ พี่อีกหลายๆคุณแม่จำไม่ได้ยิ่งช่วงนี้พยายามอยากเล่นเกมben 10 เป็นอันมาก ได้อ่านที่คุณพ่อน้องบอกมาต้องไปหาซื้อเกมDisney แล้วล่ะค่ะ จะได้ไม่ต้องห้ามไม่ให้เล่นเกม เรื่องดูทีวีน้องจะชอบตื่นมาแต่เช้าของวันเสาร์มาดูออโซ่ แล้วชอบตอบตามเนื้อเรื่องไป เห็นก็สนกดีนะคะ ดูในyoutube บ้างที่เป็นของเด็กแต่สังเกตถ้าน้องดูทีวีซักประมาณ 30 นาทีนี่น้องเริ่มสลืมสลือ แล้วค่ะ อิอิ ส่วนนิทานก็อ่านให้ฟังก่อนนอนทุกวันอยู่ค่ะ น้องยังอ่านเองไม่ได้เลย ไม่รู้เด็กเริ่มอ่านได้เองเมื่อไรนะคะ (แต่สังเกตน้องมาเรียนที่นี่แล้วจะรักการอ่านมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ)เห็นพออ่านได้คำง่ายๆสัก 1-2 คำแบบคงน้องเดาเอามั้งคะอิอิ  ขอบคุณอีกครั้งสำหรับข้อมูลดีๆอีกแล้วค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณแม่น้องนาโน วันที่ตอบ 2011-10-03 11:37:42


ความเห็นที่ 7 (2085213)

คุณแม่ น้องนาโนครับ

 ลูกสาวผมเริ่มอ่านได้มากขึ้น ตอนเรียน อ.3ครับ ส่วนเกมส์disneyนั้นเป็นแบบ interacticeเล่นสนุกทั้งเลข,ภาษาอังกฤษ,ศิลปะและอื่นๆครับ

มีขายตามร้านหนังสือใหญ่ๆ แต่ตอนนี้ผมไม่รู้ว่ายังมีขายอยู่หรือเปล่าครับ ถ้าหาซื้อไม่ได้กรุณาบอกมาครับ

....ขอบคุณมากครับ สำหรับคำชม...

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2011-10-04 14:00:15


ความเห็นที่ 8 (2085348)

สวัสดีค่ะ คุณพ่อธรรมดาและคุณแม่น้องนาโน

             น้องเก่งมากเลยนะคะที่ทำข้อสอบของพี่ประถมได้คะแนนดีเชียว  สำหรับคำขอบคุณครูมายจะแจ้งให้คุณครูทุกท่านทราบนะคะ  และขอชื่นชมคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะที่หากิจกรรมให้น้องทำช่วงปิดภาคเรียน  และยังแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ให้ผู้ปกครองท่านอื่น  ครูมายคิดว่าสังคมเราน่าอยู่ตรงที่เรามีการแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ต้องมากมายที่ช่วยให้สังคมอยู่อย่างมีความสุข  เห็นด้วยไหมคะ 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น โรงเรียนอนุบาลบ้านสนุกคิด วันที่ตอบ 2011-10-06 12:13:10


ความเห็นที่ 9 (2092473)

สวัสดีครับคุณครูมาย

 

 ขอบคุณมากครับสำหรับคำชมเชยที่ให้กับเด็กของเรา ผมชื่นชมการเรียนการสอนของโรงเรียนจริงๆครับเด็กไม่มากนักดูแลได้ทั่วถึง  ลูกใกล้จบอนุบาล3แล้วเลยต้องหาที่เรียนใกล้ๆบ้านเช่นเคย  ไปสมัครเรียนที่โรงเีเรียนอื่นไว้เรียบร้อยแล้วครับแต่อยากให้ลูกได้มีโอกาส มีประสบการณ์ สอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนสาธิตบ้าง เลยไปสอบที่สาธิตมหาวิทยาลัยใกล้บ้าน ไม่ได้เรียนพิเศษเพิ่มครับ มีผู้สมัครร่วม400 คนในภาคปรกติ ลูกเป็น1ใน18เด็กหญิงที่มาจากโรงเรียนอื่นที่ผ่านสอบข้อเขียนครับ  

+ ขอขอบคุณคุณครู..ทุกท่านครับ +

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2012-01-30 23:50:59


ความเห็นที่ 10 (2092502)

สวัสดีค่ะคุณพ่อ

       ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ   ยินดีด้วยจริง ๆ ค่ะ  รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล  เป็นความรู้สึกตื้นตันและใจหายเหมือนกันนะคะ

ลูกสาวครูมายโตขึ้นและพร้อมจะไปออกเผชิญโลกกว้าง  แต่หนูสุดยอดจริง ๆ ค่ะ  ได้เป็น 1 ใน 18 คนสุดท้าย   คุณพ่อธรรมดา

ที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ นะคะ  ครูมายดีใจด้วยจริง ๆ ค่ะ  ขออวยพรให้หนูเป็นเด็กดี  เป็นอนาคตที่ดีของประเทศชาติ

       ขอบคุณคุณพ่อธรรมดาที่มอบความไว้วางใจให้โรงเรียนได้ดูแลลูกสาวสุดที่รักตลอดเวลาที่ผ่านมาจนจบอนุบาล 3

ผู้แสดงความคิดเห็น โรงเรียนอนุบาลบ้านสนุกคิด วันที่ตอบ 2012-01-31 12:36:23


ความเห็นที่ 11 (2093217)

 

 

สวัสดีครับ. คุณครูมาย

  ขอบคุณมากครับสำหรับคำชมและคำอวยพรที่ให้กับเด็กๆของเรา   วันนี้(09-02-2555)ผลสอบสัมภาษณ์ประกาศผลออกมาแล้วครับ

   ลูกสอบผ่านได้เป็น15เด็กนักเรียนหญิงที่มาจากโรงเรียนอื่น จากผู้เข้าสอบทั้งหมดมากกว่า750คน(ดูจากเลขที่นั่งสอบและผลสอบ)โดยรับเด็กภายในจากอนุบาลสาธิต2ห้องเรียน และจากภายนอก1ห้องเรียน อาจจะบอกได้ว่าการเรียนการสอนของทางโรงเรียนสามารถแข่งขันกับโรงเรียนอื่นๆได้ ทั้งความรู้และคุณธรรมที่ให้กับเด็กๆ โดยผมไม่ต้องไปติวเพิ่มเติมเพื่อสอบแข่งขัน

   ในวันสอบสัมภาษณ์เราทั้ง3คน(พ่อแม่ลูก) ท่านอาจารย์ใหญ่ถามว่า" ใครแนะนำมาหรือเปล่าคะ..ใครเรียกร้องขอเงินก็ไม่ต้องให้นะค่ะ..ฯลฯ.."แล้วจึงแยกตัวลูกไปสอบเรื่องเชาน์ปัญญาภาคปฎิบัติคนเดียวครับ

จึงบอกได้ว่าลูกได้เข้าเรียนด้วยความภาคภูมิใจ ดัวยความสามารถของตัวเองจากความรู้การอบรมสั่งสอนของคุณครู(ทั้งอดีตและปัจจุบัน)...

ขอขอบพระคุณ คุณครูทุกท่านด้วยความจริงใจ  + 

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2012-02-09 23:04:06


ความเห็นที่ 12 (2094035)

 

" สาธิตเกษตรฯเปิดรับสมัครแล้ว "

กำหนดการคัดเลือกนักเรียน เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่1 ประจำปี2555

กำหนดขายใบสมัคร      วันจันทร์ที่20 กุมภาพันธ์- 24 กุมภาพันธ์ 2555
เกณฑ์อายุรับสมัคร       เด็กที่เกิดวันที่ 15 ธันวาคม 2548 -15ธันวาคม 2549
กำหนดรับสมัคร           วันเสาร์ที่24 มีนาคม - วันอาทิตย์25 มีนาคม 2555
กำหนดสอบ               วันอังคารที่3 เมษายน 2555 เวลา09.00- 12.30น.
ประกาศผลคัดเลือก       วันศุกร์ที่13 เมษายน 2555
ดูรายละเอืยดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.kus.ku.ac.th/news_detail.php?id=330

          + ขอเป็นอีกกำลังใจให้กับเด็กๆ และคุณพ่อคุณแม่ทุกๆท่านครับ +

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2012-02-22 23:22:07


ความเห็นที่ 13 (2094040)


 

 

   สาธิตประสานมิตร (ฝ่ายประถม)

 รับสมัครนักเรียนชั้นเด็กเล็ก ปีการศึกษา 2555

จำหน่ายใบสมัครทดสอบความพร้อม วันจันทร์ที่ 20 ก.พ. - วันศุกร์ที่ 24 ก.พ.2555
รับสมัครเพื่อเข้าทดสอบความพร้อม วันเสาร์ที่ 25 และอาทิตย์ที่ 26 ก.พ.2555
ทดสอบความพร้อมเพื่อเข้าศึกษาต่อชั้นเด็กเล็ก วันอังคารที่ 3 เม.ย. 2555
ประกาศผลการทดสอบเข้าชั้นเด็กเล็ก วันอังคารที่ 10 เม.ย.2555   
 

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2012-02-23 00:05:21


ความเห็นที่ 14 (2094068)

สวัสดีค่ะ คุณพ่อธรรมดา

ขอแสดงความยินดีกับน้องจริงๆค่ะ ดีใจและตื่นเต้นแทนสุดๆเลยค่ะ คุณพ่อไม่ธรรมดาจริงๆค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณแม่น้องนาโน วันที่ตอบ 2012-02-23 11:52:41


ความเห็นที่ 15 (2094150)

สวัสดีครับ. คุณแม่น้องนาโน


  ผมขอขอบคุณสำหรับคำชม และกำลังใจที่ช่วยลุ้นระทึก !!!( ฮิฮิ)
  ความรู้สึกแบบนี้คุณแม่คงได้พบเองในวันที่น้องนาโนต้องก้าวต่อไป ในปีหน้าครับ( จบK3)


           ในเดือนหน้าเรามาช่วยกันลุ้นอีกกับเด็กK3 ของเรา ที่มีบางคนไปสมัครสอบสาธิตเกษตฯกันด้วย
ขอให้ช่วยเป็นกำลังใจให้เด็กๆของเรานะครับ  ส่วนตัวลูกสาวผมไม่ได้ให้ไปสอบครับ เพราะมีปัญหากับระยะทาง ที่ไกลจากบ้านมาก
ได้เรียนต่อที่โรงเรียนที่ดีใกล้ๆบ้าน(หน่อย)  ก็เพียงพอแล้วครับ....

+ ขอขอบคุณอีกครั้งครับ + 

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2012-02-24 14:23:04


ความเห็นที่ 16 (2094159)

วันนี้ไปรับน้องนาโนกลับบ้านมา ดูเด็กเค้าอารมณ์ดีและรักกันมากเลยน่ะค่ะ( ส่งเพื่อนกลับบ้านแบบประทับใจเลยทีเดียวค่ะ (นาโนบ๊ายๆๆ แล้วก็หัวเราะคิ๊กๆๆทั้งน้องชาหอม น้องข้าวกล้อง น้องคูณ ฯลฯ) ส่วนเรื่องขึ้นป.1 ตอนนี้คุณแม่ยังแอบหาโรงเรียนเลยค่ะ แบบที่ดี ไม่ไกลจากบ้านมากนัก ค่าเทอมพอส่งไหว ไรงี้ค่ะ เห็นที่สาธิตราม(ไกล้บ้านสุด)ถ้าน้องจะสอบต้องปี 57 เลยน่ะคะ(ไม่ทราบลูกสาวของคุณพ่อที่ไปสอบใช้เกณฑ์อายุอย่างเดียวใช่ไหมคะ น้องนาโนเกิด กค. 50 น่ะค่ะ)  ยังไงก็เอาใจเชียร์เด็กๆรวมถึงคุณพ่อคุณแม่ของน้องๆที่จะไปสอบด้วยคนนะคะ อิอิ  สนุกคิดสู้เค้า ^___^

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณแม่น้องนาโน วันที่ตอบ 2012-02-24 17:25:38


ความเห็นที่ 17 (2094309)

 

 คุณแม่น้องนาโนครับ

 น้องชาหอมน่ารักมากครับ คุยเก่งมาก และดูแลน้องๆที่ตัวเล็กกว่าด้วยครับ พบกับผมจะเข้ามาคุยด้วยเสมอ น่ารักจริงๆ ....

  ผมนำเกณฑ์อายุการรับสมัครสอบคัดเลือกเข้าสาธิตรามคำแหงมาฝากครับ( ป.1 )
ขายใบสมัครประมาณเดือนธันวาคม ของทุกปีครับ
ปีการศีกษา2556
เกิดระหว่างวันที่ 1มิถุนายน 2549
ถึง              31 พฤษภาคม 2550

ปีการศีกษา2557
เกิดระหว่างวันที่ 1มิถุนายน 2550
ถึง              31 พฤษภาคม 2551

ปีการศีกษา2558
เกิดระหว่างวันที่ 1มิถุนายน 2551
ถึง              31 พฤษภาคม 2552

++ กรุณาติดต่อกับทางโรงเรียนดัวยครับ อาจมีการเปลื่ยนแปลง ++


ขอข้อมูลได้ที่ http://www.kids.ru.ac.th/

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2012-02-27 00:23:31


ความเห็นที่ 18 (2094503)

เรียนคุณพ่อธรรมดาค่ะ

น้องนาโนเอาแผ่นซีดีในกระเป๋ามาให้คุณแม่ดูแล้ว คิดว่าต้องเป็นของคุณพ่อส่งมาให้น่ะค่ะ ขอบพระคุณมากๆเลยนะคะ แต่เมื่อวานน้องก็ตื่นเต้นจะดูคุณแม่ก็ตื่นเต้น แต่เปิดไม่ได้เลยค่ะ ที่บ้านเครื่องเล่นDVD ก็เลยว่าจะมาเปิดกับคอมฯที่ร้านลองดูค่ะ ยังไงก็ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณแม่น้องนาโน วันที่ตอบ 2012-02-29 11:57:50


ความเห็นที่ 19 (2094506)

 

คุณแม่น้องนาโนครับ

   ขอโทษด้วยครับ  ผมลืมบอกไป ทุกแผ่นต้องเปิดและติดตั้งกับคอมพิวเตอร์ครับ  ในแต่ละแผ่นมีความรู้มากมายเลยครับ

ขอให้น้องมีความสุขกับเกมส์ที่ดีครับ...

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2012-02-29 13:12:38


ความเห็นที่ 20 (2097681)
ตารางเปรียบเทียบช่วงวันเกิดที่มีสิทธิสมัครเข้าสอบของโรงเรียนสาธิต

สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ปี พ.ศ. ที่สอบ วันเริ่มต้น วันสุดท้าย
2555 15  ธันวาคม  2548 15  ธันวาคม  2549
2556 15  ธันวาคม  2549 15  ธันวาคม  2550
2557 15  ธันวาคม  2550 15  ธันวาคม  2551

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปี พ.ศ. ที่สอบ วันเริ่มต้น วันสุดท้าย
2555 1  ธันวาคม  2548 30  พฤศจิกายน  2549
2556 1  ธันวาคม  2549 30  พฤศจิกายน  2550
2557 1  ธันวาคม  2550 30  พฤศจิกายน  2551

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

ปี พ.ศ. ที่สอบ วันเริ่มต้น วันสุดท้าย
2555 1  มิถุนายน  2549 31  พฤษภาคม  2550
2556 1  มิถุนายน  2550 31  พฤษภาคม  2551
2557 1  มิถุนายน  2551 31  พฤษภาคม  2552

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ปี พ.ศ. ที่สอบ วันเริ่มต้น วันสุดท้าย
2555 1  มิถุนายน  2548 30  พฤษภาคม  2549
2556 1  มิถุนายน  2549 30  พฤษภาคม  2550
2557 1  มิถุนายน  2550 31  พฤษภาคม  2551
 


 

 สอนลูกอย่างไรดี

          เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการสอบสาธิตต้องเตรียมตัวกันเป็นปี ควรตั้งเป้าหมายว่าจะให้ลูกสอบที่สาธิตไหนเพราะในแต่ละสาธิตจะมีแนวการสอบหรือวิชาที่เน้นแตกต่างกันไป ดังนั้นควรปูพื้นฐานกันตั้งแต่อนุบาล 1 จนถึงอนุบาล 3 เลย มีแนวทางที่ คุณพ่อ คุณแม่ หลายๆ ท่านได้ใช้มาแล้วและได้ผล ทางทีมงานจึงขอสรุปมาพอเป็นแนว ซึ่งคุณพ่อ คุณแม่ คงจะต้องปรับใช้ให้เหมาะกับน้องๆ แต่ละคน และที่สำคัญต้องตรวจสอบปี พ.ศ. ที่น้องเกิดว่าจะต้องสอบในปี พ.ศ. ใด จะทำให้ทราบว่าน้องเรียนอยู่ในระดับอนุบาลไหนจะได้เตรียมความพร้อมให้น้องถูก

อนุบาล 1

  • ใช้กล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ของร่างกาย กิจกรรมที่ดีก็ควรเป็นการวาดรูป ระบายสีภาพต่างๆ
  • การสร้างพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ โดยใช้กิจกรรมการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะเสียงเพลง การร้องเพลง จะช่วยในเรื่องการสร้างสมาธิได้ดีและจะทำให้เด็กนิ่งได้
  • การเล่นที่มีส่วนส่งเสริมทักษะทางด้านการคิดแก้ปัญหาต่างๆ เช่นตัวต่อ จิกซอร์ คานช่างน้ำหนัก หรือของเล่นอื่นๆ ที่มีการผลิตมาขายใหม่ที่จะส่งเสริมเรื่องนี้ได้ดี
  • การทำแบบฝึกหัดง่ายๆ ที่เหมาะสมกับเด็กอนุบาล 1 ก่อน เช่น จับคู่ภาพ ภาพเหมือน ภาพแตกต่าง การเปรียบเทียบมาก น้อย ถ้าทำได้ดี จึงเพิ่มความยากขึ้นไปอีก แต่ควรจะเหมาะกับวัยเพราะถ้าน้องทำได้น้องก็จะไม่เบื่อง่ายและควรพูดให้กำลังใจ ชมเชยตามความเหมาะสมจะทำให้น้องชอบทำแบบฝึกหัด
  • อ่านนิทานให้ฟังทุกวัน จะเป็นการสร้างจินตนาการและสมาธิให้กับน้องๆ และที่สำคัญจะได้ทักษะของการฟัง ให้ตั้งคำถามง่ายๆ จากการฟังก่อนแล้วค่อยเพิ่มกระบวนการคิดวิเคราะห์เหตุการณ์ในเรื่องที่เล่า โดยช่วงแรกอาจจะบอกจุดที่จะต้องถามก่อนก็ได้เพื่อเป็นจุดสังเกต ไอสไตน์ ได้กล่าวไว้ว่าจินตนาการณ์สำคัญกว่าความรู้ จินตนาการณ์นี้สร้างได้จากการฟังนิทาน ยิ่งฟังมากเด็กก็จะฉลาด ยิ่งฟังซ้ำจะช่วยพัฒนาเซลสมองให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น จะส่งผลต่อการเรียนรู้ของน้องๆ ในอนาคตได้ดี
  • ฝึกการใช้เหตุผล ต้องรับฟังความคิดเห็นของน้องๆ ถึงจะยังไม่ถูกต้องเพราะสิ่งที่เราต้องการคือกระบวนการคิดด้วยเหตุผลของตัวน้องเอง ถ้ายังไม่ถูกเราค่อยๆปรับกระบวนการคิดของน้องๆ ให้ถูกต้องสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้น้องๆ คิดเป็นเมื่อพบสถานการณ์ต่างๆ ก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง
  • การพาไปเที่ยวสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ หรือสถานที่ต่างๆ ช่วยเสริมสร้างความรู้และประการณ์ใหม่ๆ และกลับมาบ้านลองถามดูว่าวันนี้ไปที่ไหนมาบ้าง พบเห็นสิ่งใดบ้าง เป็นการพัฒนาความจำไปในตัว
  • การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบถ้วนทั้งห้าหมู่ พักผ่อน ออกกำลังกายให้เพียงพอ จะทำให้ร่างกายแข็งแรง การเรียนรู้ก็จะไปได้ดี
  • การพูดคุยเรื่องต่างๆ ที่น้องๆ ได้พบเห็นในชีวิตประจำวัน เรื่องที่โรงเรียน เรื่องเพื่อน เรื่องคุณครู การทานอาหาร จะช่วยให้น้องๆ สามารถเล่าเรื่องต่างๆ ช่วยพัฒนาทักษะการใช้ภาษาได้ดีขึ้นทุกวัน สิ่งเหล่านี้ควรทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน

อนุบาล 2-3

  • ถ้าน้องต้องสอบตอนจบอนุบาล 2 คุณพ่อ คุณแม่ ต้องประเมินน้องได้ว่าจะให้สอบที่สาธิตไหน เพราะบางครั้งต้องไปสอบแข่งกับเด็กที่จบอนุบาล 3 ก็จะเสียเปรียบอยู่บ้าง แต่ก็ไม่แน่เสมอไปเพราะได้สอบถามกับท่านสมาชิกเว็ปสอบสาธิตลูกจบอนุบาล 2 แต่สามารถสอบติดทั้งสาธิตจุฬา และสาธิตประสานมิตร ถ้าคิดว่าน้องไปสอบในระดับอนุบาล 2 ด้วยกันแล้วยังมีโอกาสสูงกว่าก็ควรพิจารณาดู เพราะท่านน่าจะทราบความพร้อมของลูกดีที่สุด
  • สมมุติว่าน้องต้องสอบในเดือน มี.ค. ปี 2553 ควรเริ่มทำแบบฝึกหัดตั้งแต่เดือน มี.ค. ปี 2552 ได้แล้ว แต่อย่ายากจนน้องๆ ทำไม่ได้ควรให้เหมาะกับเด็กอนุบาลและอย่าบีบบังคับเพราะจะทำให้น้องๆ ไม่อยากทำหรือไม่ตั้งใจทำ และคุณพ่อ คุณแม่ ต้องไม่แสดงอาการโมโห ฉุนเฉียว ให้น้องๆ เห็น หรืออย่าตีหรือดุ เพราะจะไม่เกิดประโยชน์ทำให้เสียเวลากันทั้งสองฝ่าย ควรจะหยุดหรือทำอย่างอื่นที่น้องสนใจมากกว่า ให้น้องๆ ทำด้วยความสนุกและตั้งใจ ถึงแม้จะทำในเวลาสั้นๆ ก็จะได้ประโยชน์มากกว่าที่น้องไม่ตั้งใจทำ ตรงนี้สำคัญมากเพราะถ้าเริ่มต้นไม่ดีแล้วต่อไปจะทำให้ล้มเหลวได้
  • การฟังนิทานลองให้ฟังเรื่องที่ยาวขึ้น ตัวละครมากขึ้น ให้ทำกระดาษคำตอบแบบมีตัวเลือก อาจจะเป็น ก. ข. ค. ง. หรือ 1. 2. 3. 4. ก็ได้ ให้ดูรายละเอียดในแต่ละสาธิตว่ากระดาษคำตอบเป็นแบบใดก็ให้ทำแบบนั้น และให้น้องๆ ลองฝึกตอบในกระดาษคำตอบว่าตอบได้ถูกต้องหรือไม่ การฝึกนี้ควรทำให้เคยชินทุกวัน
  • ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เช่น ตอนไปส่ง หรือไปรับจากโรงเรียน สอนสิ่งที่พบเห็นว่าน้องทราบหรือไม่ ถ้าทราบแล้วก็เป็นการทบทวนไปในตัว เพราะแนวข้อสอบสาธิตบางครั้งก็เอาสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวันมาออกข้อสอบ เพียงแต่ว่าน้องจะทราบหรือไม่
  • ใช้เวลาตอนเย็นหลังเลิกเรียน และวันเสาร์ อาทิตย์ ให้น้องๆ ทำแบบฝึกหัดทุกวัน วันละ 20 – 30 ข้อ ถ้าน้องทำได้มากว่านี้ก็ยิ่งดี แต่ขอเน้นให้น้องทำด้วยความสนุกอย่าบีบบังคับจะทำให้น้องคิดไม่ออกและไม่อยากทำ เรื่องที่น้องควรจะฝึกทำพอสรุปได้ดังนี้
    • เรื่องอนุกรม เช่น อนุกรมวงกลม อนุกรมแถวเดี่ยว อนุกรม 9 ช่อง แบบเดี่ยว แบบคู่
    • กล่อง
    • ความสัมพันธ์ 2 แกน
    • ตาราง 9 ช่อง
    • ความสัมพันธ์ในวงกลม
    • จับคู่ตามความสัมพันธ์
    • โดมิโน
    • คานน้ำหนัก
    • นับบล็อกหรือกล่อง
    • บล็อกนี้คือชิ้นไหน
    • บล็อกนี้ติดกับชิ้นไหน
    • บล็อกนี้ติดกันกี่ชิ้น
    • ภาพเหมือน-ต่าง
    • ภาพตรงข้าม
    • ภาพ 2-3 มิติ
    • ภาพกับเงา
    • ภาพซ่อน
    • ภาพซ้อน
    • ภาพต่อเนื่อง
    • ภาพตัดต่อ
    • ภาพประกอบ
    • ภาพสะท้อน
    • ภาพปั๊ม stamp
    • ภาพหมุน
    • ภาพหมุนองศาต่างๆ
    • ภาพหายไปจากชุด
    • ภาพหายไปจากลำดับ
    • ภาพเงา
    • ภาพเงาซ้อน
    • ต่อลายภาพ 2 มิติ
    • ต่อลายภาพ 3 มิติ
    • หาภาพหาย
    • เพิ่มเท่าๆ กัน
    • ลดเท่าๆ กัน
    • ลูกเต๋า
    • ลำดับเหตุการณ์
    • หาทางออก
    • ตัดบางส่วน
    • พับ-ตัด 2 ส่วน
    • พับ-ตัด 4 ส่วน
    • พับเจาะ
    • แบ่งเท่าๆ กัน
    • ปริมาตร
    • เปรียบเทียบน้ำหนัก
    • พื้นที่
    • จำนวน
    • ความยาว
    • ความสูง
    • จม-ลอย
    • ด้านขวา-ด้านซ้าย
    • ทิศทางลมพัด
    • แสงกับเงา
    • เวลา-นาฬิกา
    • มองด้านข้าง
    • มองด้านบน
    • สิ่งที่เด็กควรรู้
    • จริยธรรม-เด็กดี
    • แทนค่าน้ำหนัก
    • ระยะทาง
    • เวลาสัมพันธ์กับกิจกรรม
    • ระดับน้ำ
    • แบ่งสัดส่วน
    • ลากเส้นตามแบบ
    • เซ็ต

    ฟังเนื้อเรื่อง

    • ตอบคำถามจากเนื้อเรื่อง
    • สรุปใจความของเรื่อง
    • วิเคราะห์เหตุผล

    แนวภาษาไทย

    คำออกเสียงพยัญชนะต้น คำที่มีตัวสะกดเหมือนกัน การเขียนคำที่พบเห็นเป็นประจำ เช่น โรงเรียน บ้าน
            ลองวางแผนการสอนของท่านดู เช่น ในหนึ่งปีมี 52 สัปดาห์ แล้วในแต่ละหัวข้อท่านจะสอนสัปดาห์ไหน วันไหน เวลาไหน ตามความเหมาะสมของคุณเอง และควรมีการทำซ้ำด้วย ถ้าไม่เช่นนั้นกว่าจะสอบรับรองลืมแน่ ๆ ควรจะทำแบบฝึกหัดหลายๆ เรื่องในแต่ละวัน สิ่งสำคัญที่สุดคือ ทำให้เด็กรู้สึกสนุก และมีความสุข ห้ามบังคับเด็ดขาด

  • การทำแบบฝึกหัดที่ต้องใช้จินตนาการสูงเช่นการนับกล่องที่วางซ้อนทับกัน การหมุนของภาพแบบต่างๆ คานน้ำหนัก ควรทำอุปกรณ์ช่วยในการเรียนรู้หรือสื่อการเรียนจะทำให้น้องเห็นภาพและเข้าใจได้ง่ายขึ้น
  • การทดสอบก่อนการสอบจริง สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญเราควรทำการทดสอบเด็กเป็นช่วงๆ ว่าสิ่งที่เราได้สอนไป หรือไปเรียนพิเศษมาเขาทำได้หรือไม่ โดยการนำข้อสอบที่เคยทำไปแล้วหรือที่เรียนพิเศษมาลองให้ทำสัก 40 – 60 ข้อ โดยทำเหมือนสอบจริงให้ทำในกระดาษคำตอบและจับเวลาในการสอบ ถ้ามีสมาธินั่งทำข้อสอบได้นานประมาณหนึ่งชั่วโมงขึ้นไปและทำได้ถูกต้องก็มีโอกาสที่จะติดสูง สังเกตดูว่าจะต้องมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงอะไรบ้าง เช่น ยังมีสมาธิไม่นานพอ การตอบคำถามในกระดาษคำตอบยังไม่ถูกข้อ ให้ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น หรือถ้ายังทำข้อสอบไม่ถูกต้องควรสอบถามหลักการคิดว่าคิดอย่างไรแนะนำสิ่งที่ถูกต้องให้เด็ก ควรทำการทดสอบจริงอย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อจะได้คุ้นเคยกับการสอบและจะได้วัดผลการเรียนไปในตัว ควรทำเป็นสถิติเก็บไว้ดูด้วยว่ามีพัฒนาการเป็นอย่างไรบ้าง
  • ลองส่งลงสนามสอบจริงบ้าง เพราะมีบางโรงเรียน หรือบางสาธิตที่สอบก่อน เช่น สาธิตราม จะสอบก่อนสาธิตจุฬา เกษตร และประสานมิตร เพื่อทดสอบความสามารถ และหาประสบการณ์ดูจะได้เป็นการเตรียมความพร้อมไปในตัวด้วย
  • ก่อนนอนฝึกให้น้องสวดมนต์ อธิฐานให้น้องพูดออกมาดังๆ ว่าขอให้สอบติดสาธิตที่ต้องการ เพราะจะเป็นการสร้างแรงจูงใจ ทำให้เกิดความมุ่งมั่น และสร้างสมาธิ ถ้านั่งสมาธิได้ยิ่งดีมาก สิ่งนี้ควรทำทุกวันเหมือกับการอ่านนิทาน
  • ก่อนสอบ 1- 2 วันต้องดูแลเรื่องสุขภาพให้ดีอย่างให้เจ็บป่วยได้ เพราะจะทำให้สิ่งที่เตรียมมาเป็นปีๆ เสียเปล่า และพักผ่อนนอนหลับให้เต็มที่ ทำให้ลูกมีความสุขไม่ต้องทบทวนหรือทำแบบฝึกหัดแล้วเพราะสิ่งที่ท่านทำมาเป็นปีๆ เพียงพอแล้ว
  • อย่าลืมเรื่องแผนการเดินทางในวันสอบว่าสอบเช้า หรือบ่าย ให้น้องทานอาหารที่น้องชอบ เข้าห้องน้ำ ให้เรียบร้อย เวลาไปส่งเด็กห้องสอบ ให้ท่านเตรียมตัวหาอะไรคลายร้อนให้เด็กๆด้วยเช่น พัด ผ้าเย็น น้ำดื่ม เพราะอากาศในช่วงเดือนนี้ร้อนมาก เด็กอาจจะเครียดและไม่มีสมาธิในการทำข้อสอบได้ ก่อนเข้าห้องสอบพูดให้กำลังใจ เพื่อให้เขาได้รู้สึกดี สิ่งเหล่านี้คุณพ่อ คุณแม่ทราบดีอยู่แล้ว แล้วก็รอวันประกาศผลสอบอย่างสบายใจ………………….. คุณพ่อ คุณแม่ท่านได้ทำได้แบบนี้ ทางเว็ปสอบสาธิตดอทคอมขอแสดงความยินดีไว้ล่วงหน้า

++ ข้อมูลจาก สาธิตดอทคอม ++

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2012-04-20 23:48:48


ความเห็นที่ 21 (2099126)

 

สวัสดีค่ะ คุณพ่อธรรมดา

ติดตามอ่านมาตลอด  น้องไปเรียนระบบสาธิตเป็นอย่างไรบ้างคะ  และคุณพ่อมีแนวข้อสอบเก่าหรือเปล่า

จะหาได้จากไหนคะ

ขอบคุณมากค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณแม่ k3 วันที่ตอบ 2012-05-12 16:19:57


ความเห็นที่ 22 (2099658)

สวัสดีครับ คุณแม่k3

  ขอบคุณครับที่สนใจ การเรียนของลูกยังวัดผลไม่ได้ครับ เพราะเพิ่งเรียนซัมเมอร์ แต่ลูกชอบมากครับ

ช่วงซัมเมอร์ในห้องเรียนมีแข่งขันรางวัลเด็กเรียบร้อยกับความคิดสร้างสรรค์(ปั้นดินน้ำมัน-วาดภาพ-ประดิษฐ์ของจากวัสดุเหลือใช้) ลูกได้ความคิดสร้างสรรค์มาครับ

 การเรียนช่วงนี้ผมยังไม่ค่อยห่วงครับ เพราะโรงเรียนบ้านสนุกคิดได้สอนให้อ่านออกเขียนได้อยู่แล้ว

ส่วนแนวข้อสอบเก่าตอนนี้ไม่มีครับแต่คุณแม่สามารถปรึกษากับคุณครูมาย หรือคุณครูหนิงและคุณครูนุก(คุณครูประจำชั้นk3)ได้เลยครับ จะให้ลูกเรียนต่อที่ไหน คุณครูมีข้อมูลต่างๆครบครับ

                ขอบคุณมากครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2012-05-21 11:06:09


ความเห็นที่ 23 (2101171)

 

ระยะทาง กับโรงเรียน


คุณพ่อน้องมีมี่ 2

เมื่อวันก่อนไปรับลูก เห็นน้องเมวาที่เป็นน้องของมีมี่ 2 ได้ข่าวว่าน้องไปเรียนที่สาธิตราม ทำไมคุณพ่อไม่พาน้องเมวา ไปเรียนใกล้ๆโรงเรียนของพี่สาวค่ะ เพราะบ้านสนุกคิด กับ สาธิตราม ระยะทางไกลพอควร อยากทราบเหตุผล ค่ะ เพราะตอนนี้น้องเรียนอยู่ K2 และมีน้องสาวอายุ 2 ขวบ อยู่ค่ะ อยากทราบเป็นกรณีศึกษาค่ะ คุณพ่อ


 
ผู้ตั้งกระทู้ แม่ลูก 2 :: วันที่ลงประกาศ 2012-06-25 16:43:53
ผู้แสดงความคิดเห็น แม่ลูก2 วันที่ตอบ 2012-06-26 22:25:43


ความเห็นที่ 24 (2101176)


คุณแม่ลูกสอง ครับ

ไม่ทราบว่าใช่คุณแม่(เสื้อขาว)ที่ได้คุยกันในวันบัณฑิตน้อย หรือเปล่าครับ

   ผมก็เหมือนกับคุณแม่ท่านอื่นๆเช่น คุณแม่น้องปองแปง-ปุ๊บปั๊บ, น้องไดจิ-ฮิงารุ และท่านอื่นๆรวมทั้งผมด้วย
ที่มีลูกเรียนต่างโรงเรียนกัน ที่จริงน่าจะเรียนที่เดียวกันหรือใกล้ๆกัน จะได้ง่ายและประหยัดเงินประหยัดเวลาในการรับส่งเด็กๆ

แต่ผมมองว่า เด็กที่จบจากที่นี่ปีก่อนๆรวมทั้งลูกสาวคนโตของผม ใช้ได้ดีแทบทุกด้าน(ตามวัย)

ผมเชื่อมั่นและเชื่อมือคุณครูว่าสามารถสร้างพื้นฐานการศึกษาที่ดีให้กับเด็กๆได้  วิชาการการเรียนไม่อ่อนหรือแข็งมากเกินไป(เด็กจะไม่มีความสุขตามวัย)
       จึงยอมที่เสียเวลามากขี้น ขับรถรับส่งนานขึ้น( ผมติดLPGแล้วนะ) แต่ผมเห็นโอกาสในอนาคตที่จะเกิดขึ้นครับ

ต้องขอขอบคุณ คุณครูประจำชั้นที่เอาใจใส่เด็กๆทุกคนอย่างน่าประทับใจ(แอบเห็นนะ) รวมทั้งเมวาที่ต้องอยู่โรงเรียนนานขึ้น  ก็ได้เล่นกับเพิ่อนๆจนพอใจ      ส่วนลูกสาวตนโตการเรียนได้ผลดีมาก(เริ่มสอบเก็บคะแนน) ไม่ต้องห่วงมากเพราะได้พื้นฐานที่ดีจากบ้านสนุกคิดไป

ผมตอบคุณแม่ลูกสอง แล้วนะครับว่า....เพราะเหตุใด ?

" ขอบคุณครับที่สนใจ "

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2012-06-27 00:12:39


ความเห็นที่ 25 (2101459)

 

ขอบคุณค่ะคุณพ่อที่มอบความไว้วางใจ
             ครูมายรู้สึกประทับใจคุณพ่อในหลายด้านเลยนะคะ คุณพ่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกสาวทั้งสอง คุณพ่อเป็นคนที่ไหว้สวยมาก ๆ และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคน คุณพ่อเป็นผู้ปกครองที่สุภาพมาก ๆ ทุกครั้งที่จะเสนอความคิดเห็นต้องพูดว่า “ขอโทษนะครับ” สิ่งเหล่านี้คือสิ่งสำคัญที่หล่อหลอมให้ลูกสาวทั้งสองเป็นเด็กดี มีความสุภาพ อ่อนโยนและเห็นใจผู้อื่น  ครูมายขอชื่นชมจากใจจริงเลยนะคะ โดยส่วนตัวครูมายต้องการส่งเสริมให้นักเรียนเป็นเด็กดีมากกว่าเป็นเด็กเก่ง ถ้าเราได้เด็กดีจะไม่ทำให้คุณพ่อ คุณแม่เสียใจ ในขณะที่ผู้ปกครองที่คาดหวังให้ลูกเรียนเก่งอาจต้องเสียใจ มีเรื่องจริงที่ครูมายได้ยินมา เด็กหญิงระดับมัธยมต้น ขอไปอยู่บ้านผู้ชายไม่ยอมกลับบ้าน ผลการเรียน 4.00 เป็นเด็กหัวดี ฐานะทางบ้านดี เด็กได้ต่อรองกับทางบ้านว่าเขาเรียนได้คะแนนดีแล้ว เรื่องอื่นเป็นเรื่องส่วนตัวถึงจะอยู่บ้านแฟนก็จะไม่ทำให้การเรียนเสีย แต่ถ้าไม่อนุญาตก็จะไม่เรียนต่อแล้ว ไม่เฉลยนะคะว่าผู้ปกครองตัดสินอย่างไร แต่เท่าที่ได้ฟังคิดว่าผู้ปกครองคงไม่มีเวลาให้เด็กนะคะ เด็กจึงโหยหาความรักจากภายนอก  ครูมายยินดีรับฟังความคิดเห็นทุกด้านจากคุณพ่อค่ะ (ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เล่านะคะ พอดีเพิ่งได้ยินได้ฟังมา รู้สึกสะเทือนใจ อารมณ์ยังเศร้าอยู่ อยากตอกย้ำเรื่องการปลูกฝังให้เป็นเด็กดีมากกว่าเด็กเก่งค่ะ)
     ขอแสดงความนับถือ
            ครูมาย
ผู้แสดงความคิดเห็น รร.อนุบาลบ้านสนุกคิด วันที่ตอบ 2012-07-03 14:30:12


ความเห็นที่ 26 (2101574)

 

คุณครูมายครับ

ขอบคุณมากครับ


+ นำมาฝาก คุณพ่อ,คุณแม่ครับ +

 

พฤติกรรมหลายๆ อย่างของพ่อแม่ในยุคนี้ส่งผลให้ลูกเข้มแข็ม ในขณะที่พฤติกรรมหลายๆ อย่าง อาจส่งผลให้ลูกอ่อนแอ พร้อมกับรู้สึกเหนื่อยใจ และต้องถอนหายใจออกมาแรงๆ ด้วยความหงุดหงิด เมื่อเป็นเช่นนี้ อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกตามมาได้ วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ จาก เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป กรรมการผู้จัดการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก และนักวิจัยด้านศึกษา และพัฒนาการศึกษาเด็กปฐมวัยเกี่ยวกับรูปแบบความเป็นพ่อแม่ที่ทำให้ลูกมึน เปลี้ย เอียน และหน่ายมาฝากกัน เริ่มจาก

พ่อแม่ในตำรา

พ่อแม่ในกลุ่มนี้มักจะมีหลักการทางวิชาการมาสนับสนุน การเลี้ยงลูกจึงถูกวางแผนตามข้อเสนอแนะของแพทย์ นักพัฒนาการ และนักโภชนาการ หรือนักพัฒนาการของลูกในแต่ละขวบปี รวมไปถึงต้องมีการกระตุ้นด้วยของเล่นตามหลักการ เล่นอย่างเหมาะสมกับวัย เรียกได้ว่าทุกอย่างต้องพึ่งพานักวิชาการไปทุกเรื่องในทุกขั้นตอน เพราะไม่เช่นนั้นจะรู้สึกไม่มั่นใจ ซึ่งการเลี้ยงลูกในลักษณะนี้ อาจทำให้ลูกเกิดอาการมึนได้ ทางที่ดี ควรลดความเป็นวิชาการลงบ้าง เนื่องจากบางเรื่องบางปัญหาไม่ต้องเป๊ะเหมือนในหนังสือทุกอย่างก็ได้

มีความวิตกกังวลสูง

ส่วนใหญ่จะเป็นพ่อแม่มือใหม่ที่ชอบวิตกกังวลไปทุกเรื่อง ชอบตีตนไปก่อนไข้ กลัวว่า ลูกจะไม่สมบูรณ์ กลัวว่า ลูกจะไม่เหมือนลูกคนอื่น โตขึ้นจะไม่เก่ง ไม่ฉลาดปราดเปรื่อง ในขณะเดียวกัน จะทะนุถนอมลูกมาก ช่วยเหลือลูกตลอด ไม่พาลูกออกไปเล่น เพราะกลัวจะถูกรังแก หรือไม่ปล่อยให้ลูกมีอิสระในการเล่น เวลามีปัญหาอะไรจะเข้าไปประคบประหงมลูกทุกเรื่องจนลูกไม่รู้จักความยากลำบาก พ่อแม่ในกลุ่มนี้อาจทำให้ลูกง่อยเปลี้ยได้ ทางที่ดี ควรลดความกลัว และความวิตกกังวลลงมาบ้าง ไม่เช่นนั้น อาจทำให้คุณและลูกเครียดไปตามๆ กันได้

ไร้เหตุผล ตามใจลูกทุกอย่าง

พ่อแม่ในกลุ่มนี้ เวลาลูกอยากได้อะไรเป็นต้องได้ ไม่กล้าดุไม่กล้าสอนลูก ทำทุกสิ่งที่ลูกต้องการ ปรนเปรอลูกจนล้น ทั้งของเล่น ขนม และอื่นๆ จนบางครั้งลูกแสดงอาการเอียน หรือเฉยๆ กับสิ่งที่พ่อแม่ให้ หรืออาจกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจได้ ทางที่ดี ควรมีเหตุผล ไม่ใช่ตามใจกันทุกเรื่อง

ระเบียบจัด ชอบคาดหวัง

พ่อแม่ในกลุ่มนี้ มักจะคิดเสมอว่า การเลี้ยงลูกให้ดีได้ต้องเลี้ยงให้อยู่ในบรรทัดฐานของตัวเอง ลูกจะได้เป็นไปตามที่คาดหวัง จึงเป็นผู้กำหนดตารางชีวิตให้ลูกทุกสิ่งทุกอย่างตามที่พ่อแม่เห็นว่าดี ลูกเป็นเพียงผู้รับคำสั่งแล้วทำตาม เช่น ต้องทำอย่างนั้น ต้องเล่นแบบนี้ เนื่องจากเชื่อว่า สิ่งที่พ่อแม่จัดให้ล้วนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดทั้งสิ้น นอกจากนั้นยังมีรายละเอียดการใช้ชีวิตมากมายทั้งเรื่องการกิน การนอน หรือการเรียน เรียกได้ว่าทุกอย่างต้องเป๊ะ เมื่อเป็นเช่นนี้ อาจทำให้ลูกมีอาการ “หน่าย” จนเกิดเป็นความกดดัน และความเครียดตามมาได้ ทางที่ดี ควรลดความระเบียบจัด และความคาดหวังลงบ้าง เรื่องไหนที่พอจะยืดหยุ่นได้ก็ควรพูดคุย หรือตกลงกันด้วยท่าที และคำพูดที่ไม่ทำร้ายความรู้สึกของลูก

*** แบบไหนคือ “พ่อแม่” ที่ลูกปรารถนา?

สำหรับพ่อแม่ที่ลูกๆ ปรารถนา เรื่องนี้ เรืองศักดิ์ ให้ความเห็นผ่านทีมงาน Life & Family ว่า ควรเป็นพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกแบบสบาย ๆ ไม่สุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่ง ใช้ชีวิตอย่างพอดีๆ เข้มงวดบ้าง ผ่อนปรนบ้าง เปิดโอกาสให้ลูกได้เล่นอย่างอิสระ ได้คิด ได้ทำอะไรๆ ด้วยตัวเอง เมื่อเห็นลูกทำดี ทำอะไรสำเร็จตามวัยของลูก ก็แสดงความชื่นชม รู้ว่าจังหวะไหนควรสอน เช่น เวลาใดที่ลูกควรเรียนรู้อะไรใหม่ๆ

นอกจากนั้น เมื่อลูกผิดหวังหรือพบความเจ็บปวด ควรให้กำลังใจอย่างสุภาพอ่อนโยน ปลอบใจไม่ทับถม ที่สำคัญ เมื่อลูกทำผิด คิดพลาดก็ควรให้อภัย และไม่ควรขุดเอาเรื่อง หรือเหตุการณ์เก่าๆ ขึ้นพูดมาซ้ำย้ำรอยอีก เพราะถ้าพ่อแม่ไม่ให้อภัย ลูกก็จะไม่สามารถลุกขึ้นเริ่มต้นใหม่ได้เลย

อยากบอกพ่อๆ แม่ๆ ทุกคน ว่า คำพูดและการกระทำของพ่อแม่นี่แหละ ที่ทำให้ลูกสัมผัสและรับรู้ถึงความรักได้มากที่สุดดีกว่าการพร่ำพูดว่ารัก ผ่านข้อความทางโทรศัพท์ หรือระบบดิจิตอลใดๆ ดังนั้น การให้เวลาที่ดี มีคุณภาพกับลูกเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องให้ ก่อนที่อะไรๆ จะสายเกินแก้ เรื่องอย่างนี้ใครก็ทำแทนใครไม่ได้หรอก อยากได้ต้องลงมือ ลงใจทำเอง สำหรับลูกแล้ว พ่อแม่ต้องทำดี อย่าเดี๋ยว" ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาเด็ก และครอบครัวท่านนี้ฝากทิ้งท้าย



ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล : ASTV ผู้จัดการออนไลน์
 
 
 

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2012-07-06 19:26:48


ความเห็นที่ 27 (2102831)

  ขอถามคุณพ่อธรรมดาว่า  ลูกเรียนแค่ปานกลางอยากให้เรียนโรงเรียนสาธิต(ที่ไหนก็ได้ค่ะ)  ต้องเรียนติวเพิ่มที่ไหนดีเพื่อสอบเข้าเรียน    ขอบคุณค่ะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่ฝน วันที่ตอบ 2012-08-08 09:20:36


ความเห็นที่ 28 (2103069)

สวัสดีครับ คุณแม่ฝน

  โรงเรียนที่รับสอนติวเพื่อสอบเข้าเรียนมีอยู่มากครับ คุณแม่หาดูในเวปได้ครับ ดีหรือไม่นั้นผมไม่สามารถตอบได้ครับ
ส่วนการสอบเข้าโรงเรียนสาธิตนั้น
เท่าที่ผมลองหาข้อมูลดู การรับเด็กเข้าเรียนของโรงเรียนสาธิตมี3แบบครับ( ผิดพลาดขออภัย)
1 -สอบแข่งขัน  วัดผลจากคะแนนสูงสุด(เก่งอย่างเดียว)คะแนนจะไม่ต่างกันมากที่สอบเข้าได้
2 -สอบคัดเลือก วัดผลดูจากความพร้อมของเด็ก( เด็กไม่ต้องเก่งมากแต่มีความพร้อมที่จะเรียน)สาธิตรามจะอยู่ในกลุ่มนี้ เน้นให้ช่วยเหลือตนเอง ให้เด็กมีความสูขในการมาโรงเรียน
3 -แบบพิเศษ   ที่ผมไม่ขอออกความคิดเห็น
การคัดเลือกหรือสอบแข่งขันของเด็กๆนั้น คุณแม่ฝนต้องหาข้อมูลดูครับว่า แต่ละโรงเรียนสอบเป็นอย่างไร แนวทางเป็นอย่างไร
ผมหาตัวอย่างมาให้ครับ

+ ขอบคุณครับที่สนใจ +

http://community.momypedia.com/webboard_topic.aspx?tid=142408

http://community.momypedia.com/webboard_topic.aspx?tid=138851

http://community.momypedia.com/webboard_topic.aspx?tid=638841&page=1&order=ASC&typ=

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2012-08-15 00:07:41


ความเห็นที่ 29 (2105095)

สอนลูกจัดการกับความเจ้าอารมณ์ของตัวเอง


ไม่มีเด็กคนไหนเกิดมาแล้วไม่เคยโกรธ…

เพราะฉะนั้นพ่อแม่ไม่ต้องเครียดเมื่อลูกมีอาการโกรธ โมโห เพราะจัดเป็นอารมณ์ชนิดหนึ่งของมนุษย์กันเลยทีเดียว ไม่ใช่เป็นสิ่งไม่ดี หรือเป็นความผิด แต่เป็นอารมณ์ที่เด็กต้องการส่งสัญญาณบางประการให้พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ได้รับรู้ว่าหนูเกิดความไม่พอใจต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

แต่ประเด็นคือ เมื่อมีอาการโกรธ หรือโมโหแล้ว เจ้าตัวเล็กของเราสามารถจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้หรือเปล่าต่างหาก และก็เป็นหน้าที่ของคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องตระหนัก และต้องหาทางช่วยให้ลูกจัดการอารมณ์ของตัวเองให้ได้ มิเช่นนั้นแล้วเขาหรือเธอตัวน้อยอาจติดพฤติกรรมโมโหร้าย หรือเจ้าอารมณ์ไปจนโตก็ได้

แล้วถ้าเจ้าตัวเล็กของเราเป็นเด็กเจ้าอารมณ์ล่ะ ..!!

ประการแรก เริ่มจากการตรวจสอบตัวเองก่อนว่าเราเป็นพ่อแม่ที่ชอบตามใจลูก หรือตอบสนองลูกทุกครั้งที่ลูกต้องการสิ่งใดๆ โดยไม่ได้สนใจว่าเหมาะสม ควรหรือไม่ควร แต่ไม่อยากขัดใจลูกหรือไม่ ถ้าใช่แล้วล่ะก็ต้องปรับตัวเองก่อนว่าจากนี้ไปจะไม่ตามใจลูกพร่ำเพรื่อ ควรจะมีขอบเขต บางอย่างก็ต้องขัดใจบ้าง แต่เวลาขัดใจต้องอธิบายให้ลูกฟังด้วยว่าเพราะอะไร

และถ้าพ่อแม่ประเภทนี้ไม่เริ่มจากการปรับตัวเองก่อนล่ะก็ ยากที่จะสอนลูกให้จัดการอารมณ์ของตัวเองได้แน่

ประการที่สอง ควรฝึกให้ลูกรู้จักสังเกตอารมณ์ของตัวเอง ให้สังเกตว่าอะไรคือสัญญาณเริ่มต้นของอารมณ์โกรธของตัวเอง เช่น อึดอัด หายใจแรง กล้ามเนื้อเกร็งตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มือเย็น เหงื่อแตก ฯลฯ และเมื่อพบว่ามีอาการเหล่านี้ ก็ควรอธิบายให้ลูกเข้าใจว่า ถ้าหากมีพฤติกรรมเหล่านี้ ให้พยายามหายใจเข้าลึกๆ และฝึกให้ผ่อนอารมณ์ เช่น นับหนึ่งถึงร้อย หรือให้นึกถึงเรื่องที่ลูกคิดถึงแล้วสบายใจ

ประการที่สาม ฝึกให้ลูกระบายความรู้สึกเมื่อเกิดอารมณ์โกรธหรือไม่พอใจ ให้เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้พ่อแม่ฟัง ซึ่งหมายความว่า พ่อแม่ต้องพร้อมทุกเมื่อที่จะรับฟังลูกเมื่อลูกต้องการเรา และเมื่อรับฟังเรื่องราวจากลูกแล้ว ก็ต้องสอบถามอารมณ์ความรู้สึกว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร เพื่อให้เขาได้เรียนรู้อารมณ์ของตัวเองด้วย จากนั้น พ่อแม่ค่อยๆ ให้คำแนะนำเพื่อให้อารมณ์ของลูกกลับเข้าสู่สภาวะปกติให้ได้ก่อน

ประการที่สี่ พาลูกออกไปจากบรรยากาศที่ทำให้เขาเกิดสภาวะอารมณ์โกรธ หรือไม่พอใจ เพื่อเบี่ยงเบนสถานการณ์ ถ้าเป็นเด็กเล็กก็สามารถเบี่ยงเบนความสนใจได้ง่าย แต่ถ้าลูกโตก็ต้องใช้เวลาและเทคนิคของพ่อแม่มากหน่อย

ประการที่ห้า ชวนทำกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าจะช่วยให้ลูกผ่อนคลาย เช่น ชวนไปเดินเล่น วาดรูป ชวนไปกินไอศกรีม หรือกิจกรรมโปรดของลูก เพื่อให้คลื่นลมพายุในใจลูกสงบซะก่อน

ประการสุดท้าย เมื่ออารมณ์พุ่งพล่านสงบเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว อย่าลืมที่จะชวนลูกพูดคุยว่าต้นตอของความโกรธเกิดจากอะไร และเขาคิดอย่างไรกับสถานการณ์นั้นๆ แล้วอาจลองโยนคำถามหรือเสนอแนะทางออกว่าถ้าทำอย่างนี้ หรือแก้ปัญหาแบบนี้จะดีกว่าไหม จากนั้นก็ควรสอบถามว่าเมื่อเกิดอารมณ์โกรธแล้วผลที่ตามมาเป็นอย่างไร ยิ่งถ้าหากลูกมีอารมณ์โกรธแล้วขว้างปาข้าวของเสียหาย หรือทำให้ผู้อื่นหรือตัวเองเจ็บตัว ผลที่ตามมาคืออะไร เพื่อให้เขาได้ลำดับเหตุการณ์และคิดถึงผลเสียที่ตามมาหากไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนเป็นพ่อแม่แล้วย่อมไม่อยากให้ลูกมีอารมณ์โกรธ หรือเป็นเด็กเจ้าอารมณ์อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าพ่อแม่ปลูกฝังให้ลูกเป็นเด็กอารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส มองโลกในแง่ดี จะช่วยสร้างพื้นฐานด้านอารมณ์ที่ดีให้กับลูกได้ เพราะคนที่มีทักษะทางอารมณ์ที่ดี คือคนที่รู้จักและเท่าทันอารมณ์ตัวเอง และมีโอกาสที่จะจัดการกับอารมณ์ตัวเองได้ดีกว่า เพราะพื้นฐานอารมณ์มีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย และมีความมั่นคงทางอารมณ์

แน่นอนว่า วิธีที่จะส่งเสริมให้ลูกมีพื้นนิสัยอารมณ์ดี ก็ต้องเริ่มจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ด้วยความรัก ความเข้าใจ โอบกอดสัมผัสอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้เกิดความไว้วางใจ เชื่อมั่นว่าตัวเองเป็นที่รัก ไม่ถูกทอดทิ้ง ซึ่งเป็นรากฐานของการเห็นคุณค่าในตัวเอง

รวมไปถึงการส่งเสริมให้เด็กได้ทำในสิ่งที่ต้องการ เปิดโอกาสให้เด็กได้คิดหรือแก้ปัญหาสิ่งใดก็ตาม โดยไม่ลืมที่จะชื่นชมหรือให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะช่วยเรื่องพื้นฐานทางด้านอารมณ์ของลูกด้วย ก็คือ การส่งเสริมกิจกรรมที่ลูกได้แสดงความรู้สึกและอารมณ์ เช่น เล่านิทาน ดนตรี ศิลปะ การเล่น ฯลฯ เพราะจะช่วยฝึกเรื่องสมาธิหรือการจดจ่อต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วย และสิ่งนี้ยังเป็นฐานของการพัฒนาไปสู่ความมุมานะ พยายามตั้งใจได้อีกด้วย

อย่าลืมว่าสังคมยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เด็กยุคใหม่เป็นเด็กหงุดหงิดง่าย เจ้าอารมณ์ ขี้โมโห เพราะเป็นสังคมแห่งความเร่งรีบ สังคมแห่งเทคโนโลยีที่เป็นตัวปลุกเร้ากระตุ้นอารมณ์เด็กรุ่นใหม่อยู่ตลอดเวลา

แต่สิ่งสำคัญที่สุด พ่อแม่ต้องไม่ตกเป็นทาสความเจ้าอารมณ์ของตัวเองด้วย เพราะถ้าพ่อแม่ไม่สามารถจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ ก็อย่าได้หวังที่จะสอนให้ลูกจัดการอารมณ์ได้ด้วยเช่นกัน ..!!!

+ นำมาฝากครับ +



ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล : ASTV ผู้จัดการออนไลน์

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2012-10-05 15:15:17


ความเห็นที่ 30 (2105099)

เปิดรับสมัครและวัดความพร้อมนักเรียนใหม่ ปีการศึกษา 2556
    
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายประถม) จะเปิดรับสมัครและวัดความพร้อมนักเรียนใหม่ ปีการศึกษา 2556 ในโครงการหลักสูตรภาคปกติ , โครงการหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษ และโครงการศูนย์การศึกษาสำหรับเด็กพิเศษ มีรายละเอียด ดังนี้

1. จำหน่ายใบสมัคร วันจันทร์ที่ 3 - วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม 2555 ณ ห้องธุรการ
2. กำหนดการรับสมัคร วันพุธที่ 19 - วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม 2555
3. การวัดความพร้อมนักเรียนใหม่ ระดับประถมศึกษา กำหนดการวัดความพร้อม (ข้อเขียน) วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2556
4. ประกาศผลวัดความพร้อม  ระดับประถมศึกษา (ข้อเขียน) วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2556
5. กำหนดวัดความพร้อมระดับประถมศึกษา (สัมภาษณ์) วันจันทร์ที่ 4 - วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556
6. ประกาศผลวัดความพร้อมระดับประถมศึกษา (สัมภาษณ์) วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556
7. มอบตัวนักเรียนใหม่ทุกระดับชั้น วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556

ดูรายละเอืยดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.kids.ru.ac.th/

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2012-10-05 15:32:32


ความเห็นที่ 31 (2105626)

มีคุณครู และท่านผู้ปกครอง3ท่าน ได้ถามเรื่องการสอบเข้าเรียนสาธิตราม ขอตอบตามนี้ครับ( ผิดพลาดขออภัย )
- สอบข้อเขียน = วิชาการพื้นฐาน
- สอบวาดเขียน = ดู จินตนาการ+ความคิดสร้างสรรค์
- สอบสัมภาษณ์ +ทดสอบร่างกาย = ดู ความพร้อมที่จะเรียน
จำนวนที่รับ 50 คน (ภาคปกติ) จากนักเรียนภายนอก80% สวัสดิการบุคลากร20%
รับไม่มากนะครับ ใครบ้านอยู่ไม่ไกลและสนใจก็ลองสมัครดูครับ ลูกสาวผมฝากมาบอกว่าอยากให้น้องๆมาเรียนด้วยกันที่นี่ครับ
+ เด็กๆ บ้านสนุกคิด สู้.สู้..+
ขอบคุณครับที่สนใจ

พ่อธรรมดา

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2012-10-19 08:12:06


ความเห็นที่ 32 (2110696)

จินตนาการเด็กต้องสร้างผ่าน “หนังสือ” ไม่ใช่แท็บเล็ต!

แจ้งลบกระทู้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนังสือเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเด็กๆ แต่ในวัยที่ลูกยังอ่านหนังสือไม่คล่อง หนังสือภาพอาจเข้ามาช่วยพัฒนาจินตนาการของเขาได้

หนังสือภาพสำหรับเด็ก (Picture book for children) คือ หนังสือที่ผู้ใหญ่อ่านให้เด็กฟัง ขณะที่เด็กฟังเสียงผู้ใหญ่นั้น สายตาของเด็กจะไล่ดูภาพในหนังสือตรงหน้า หากเป็นหนงสือภาพที่ดีแล้ว ภาพในสายตาของเด็กกับเสียงของผู้ใหญ่อ่านให้ฟังจะผสานกลมกลืนจนเกิดเป็นภาพต่อเนื่องเคลื่อนไหวในสมองเด็ก ซึ่งจะช่วยสร้างพลังจินตนาการได้เต็มเปี่ยม

หนังสือภาพที่ดีสำหรับเด็กวัย 4-6 ขวบ คือ หนังสือที่ภาพและเรื่องประสานกลมกลืนกันดี หากภาพและเรื่องไม่ประสานกัน เด็กจะไม่มีอารมณ์ร่วมกับหนังสือภาพเล่มนั้น เวลาเด็กดูหนังสือภาพมิได้ดูอย่างคนภายนอก แต่สมมติตัวเองเป็นตัวละครหนึ่งในเรื่อง และเข้าไปอยู่ในเรื่องด้วย ดังนั้นเรื่องที่ได้ยินจากหูต้องเป็นภาษาและจังหวะที่ประสานกับภาพ ซึ่งเด็กมองดูด้วยตา

ดังนั้น ภาพของหนังสือภาพเพื่อเด็กที่ดี ต้องเป็นภาพที่เล่าเรื่องได้ เมื่อพลิกดูภาพโดยไม่อ่านคำบรรยายก็เข้าใจโครงเรื่องทั้งหมด ศิลปินผู้วาดภาพที่ดีจะเน้นที่รายละเอียด แม้คำบรรยายไม่มีระบุไว้ ศิลปินก็ส่งภาษาถึงเด็กด้วยภาพ ซึ่งเด็กจะชอบหนังสือภาพแบบนี้มาก

เลือกหนังสือภาพอย่างไร สำหรับเด็ก 4-6 ขวบ

เมื่อเด็กอายุ 4 ขวบ ความสามารถทางภาษาของเด็กจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ความชอบของเด็กแต่ละคนก็แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกหนังสือภาพจึงยากขึ้น เด็กวัยนี้เป็นวัยแห่งการสร้างพื้นฐานด้านจินตนาการสร้างสรรค์ เมื่อเด็กฟังนิทานทางหูและเข้าไปอยู่ในโลกของนิทาน ในหัวก็จะวาดภาพไปตามเรื่องราวที่ได้ยิน

ภาษาเล่าเรื่องเป็นภาษาที่มองด้วยตาไม่เห็น แต่เมื่อเด็กได้ฟังนิทาน ภาพของตัวละครในนิทานจะปรากฏขึ้นได้เด็กเห็นอยู่ในหัว แม้ว่าตรงหน้าเด็กจะไม่มีอะไรเลย แต่พลังของเรื่องราวที่เด็กได้ยินจะทำให้เด็กวาดภาพขึ้นเองในสมองได้

ความสามารถของเด็กในการวาดภาพขึ้นเองในสมองจากภาษาซึ่งมองด้วยตาไม่เห็นนี้ คือพลังจินตนาการสร้างสรรค์ ซึ่งจะกลายเป็นพลังเรียนรู้จากการอ่านหนังสือในอนาคต หากเด็กไม่มีประสบการณ์ในการฟัง รับรู้ และวาดภาพจินตนาการขึ้นเอง รู้จักแต่วิธีประสมอักขระ และการอ่านหนังสือออกตามตัวอักษร เด็กอ่านหนังสือออกก็จริง แต่อ่านไม่เข้าใจลึกซึ้ง

การให้เด็กเล็กอ่านหนังสือเองและวาดภาพในสมองขึ้นเองตามคำบรรยายที่เด็กต้องพยายามอ่านเองนั้น เป็นงานที่ยากและหนักมาก ถ้าหากผู้ใหญ่เป็นผู้อ่านให้ฟัง เด็กฟังเรื่องราวทางหู ส่วนสายตาก็ไล่ดูภาพในหนังสือภาพไปตามคำบรรยาย และวาดภาพที่เหลือขึ้นเองในหัว เด็กจะเข้าใจได้ง่ายกว่า และวิธีการนี้ช่วยให้เด็กสร้างพลังจินตนาการได้ดีกว่าด้วย

เมื่อเด็กๆ อายุเพิ่มเป็น 5-6 ขวบ เด็กในวัยนี้ชอบหนังสือภาพนิทานและเรื่องเล่าที่ยาวขึ้น เด็กต้องการฟังนิทานมาก แต่ไม่ควรซื้อหนังสือภาพนิทานให้มากมายจนอ่านแทบไม่ทัน บางครั้งเด็กก็อยากให้อ่านหนังสือภาพนิทานเล่มเดียวทุกคืน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ติดต่อกันหลายสัปดาห์ แสดงว่าเด็กชอบนิทานเล่มนี้มากเป็นพิเศษ และการค้นหาหนังสือที่ชอบมากเป็นพิเศษนี้ นับว่ามีความหมายมากต่อเด็ก เปรียบได้กับการค้นพบขุมทรัพย์อันล้ำค่าทีเดียว

พ่อแม่ผู้อ่านอาจรู้สึกเบื่อ ที่ต้องอ่านเรื่องเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ขอให้อดทนอ่านเพื่อลูก เด็กบางคนจดจำคำบรรยายอันยาวเหยียดได้ทั้งเล่ม ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากต่อพัฒนาการทางด้านภาษาของเด็ก ซึ่งประสบการณ์นี้ เด็กจะไม่ได้รับในโรงเรียน แม้แต่ในชั่วโมงสอนภาษา ก็สอนเด็กไม่ได้ลึกซึ้งฝังใจเหมือนภาษาของหนังสือนิทาน

อย่างไรก็ดี หนังสือภาพเพื่อเด็กมิใช่หนังสือที่ให้ประโยชน์ต่อเด็กในทันที แต่เป็นหนังสือที่ให้ความสุขและความสนุกแก่เด็ก และช่วยจุดประกายความสนใจหนังสือขึ้นในใจเด็ก หนังสือภาพเพื่อเด็กมิใช่หนังสือสำหรับเด็กอ่านเอง แต่เป็นหนังสือที่ผู้ใหญ่อ่านให้เด็กฟัง เป็นสื่อกลางสร้างความสุขในครอบครัว และสร้างพื้นฐานด้านมนุษยสัมพันธ์ให้เด็ก

หนังสือภาพที่เด็กชอบมาก ควรอ่านให้ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่าที่เด็กร้องขอ เพราะเป็นพื้นฐานของการสร้างความสามารถในการอ่านและพลังทางภาษา เมื่ออ่านหนังสือภาพจบแล้ว ไม่ต้องตั้งคำถามหรือทดสอบความเข้าใจลูกเหมือนครูในโรงเรียน นอกจากลูกจะถามขึ้นเองจึงอธิบายให้ฟัง

แม้ว่าเด็กจะได้ฟังนิทานจากโรงเรียนอนุบาลทุกวันแล้วก็ตาม ความสุขที่เด็กได้รับก็ไม่เหมือนการนั่งบนตักพ่อแม่และฟังนิทานจากหนังสือภาพที่พ่อแม่อ่านให้ฟังด้วยความรัก ห้วงเวลานี้เป็นเวลาที่หัวใจเด็กเปิดกว้าง รับฟังเสียงของพ่อแม่และรับรู้ความรักของพ่อแม่อย่างเต็มเปี่ยม พ่อแม่ไม่ควรละเลยเวลาอันมีค่ายิ่งนี้ แม้ธุรกิจการงานจะมากสักเพียงใด ก็ต้องสละเวลาอ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างน้อยวันละ 5-10 นาทีก็ยังดี แล้วพ่อแม่จะได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าในอนาคต



ขอขอบคุณแหล่งาข้อมูล : ASTV ผู้จัดการออนไลน์

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2013-01-26 18:20:26


ความเห็นที่ 33 (2113275)

....และแล้วลูกสาวคนเล็กของผม  ก็สามารถเดินตามพี่สาวเข้าเรียนที่โรงเรียนสาธิต ม.รามคำแหง(ฝ่ายประถม)ได้

โดยสอบได้English Program(EP)

ทั้งนี้ต้องให้เครคิตและคำขอบคุณ..คุณครูทุกท่าน โดยเฉพาะคุณครูประจำชั้น(ครูโอ่,ครูเอ๋,ครูเตย)

และTeacher ที่ช่วยอบรม,สั่งสอนให้ความรู้กับเด็กๆได้อย่างน่าประทับใจ..

.....บ้านสนุกคิดโรงเรียนที่แสนจะอบอุ่น  น่ารักและไม่ธรรมดาเลยครับ....

       + ขอบคุณมากครับ +

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2013-03-03 19:01:08


ความเห็นที่ 34 (2116810)

คิดถึงจังเลย  เด็ก ๆ เป็นอย่างไรบ้างคะ  ปรับตัวได้ดีนะคะ น้องเป็นเด็กดีทั้งคู่เลยค่ะ   คงเพราะมีคุณพ่อคุณแม่เป็นแบบอย่างที่ดี  อย่าลืมแวะมาเยี่ยมบ้านสนุกคิดบ้างนะคะ  มีข่าวดีช่วยส่งต่อให้ครูมายได้ร่วมแสดงความยินดีด้วยนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น โรงเรียนอนุบาลบ้านสนุกคิด (babyandgym-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-04-11 17:03:25


ความเห็นที่ 35 (2117221)

สวัสดีครับ  คุณครูมาย

 ขอบคุณครับที่มีความคิดถึงเด็กๆตลอดมา..ตอนนี้ลูกสาวคนโตเรียนว่ายน้ำที่สาธิตทุกวัน วันละ2ชม.ครับวันหยุดก็ไปเรียนศิลปะนิดหน่อยครับ

ส่วนคนเล็กก็สนุกตามวัย แต่เคยบอกว่าคิดถีงครูเอ๋กับครูเตยอยากมีผมสวยๆแบบที่คุณครูทำให้ค่ะ...

+...คิดถึงบ้านสนุกคิดจังเลย...+

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2013-04-24 11:31:02


ความเห็นที่ 36 (3476120)

 เรียน คุณครูมาย

  จากการที่ได้คุยทางโทรศัพท์ เรื่องผลการเรียนของเด็กๆ ขอเรียนให้ทราบว่า
ลูกสาวคนโตได้เรียนพื้นฐานอย่างดีตั้งแต่ k.1-k.3 จากบ้านสนุกคิด จึงมีผลให้
ลูกเรียนประถม1ได้คะแนน เกรด4 ทุกวิชา ได้รับวุฒิบัตร นักเรียนที่มีผลการเรียนดี จากโรงเรียนสาธิตครับ
ลูกสาวคนเล็กได้รับ วุฒิบัตร Best  Achievement  Award ( EP) + เหรียญทอง(กีฬา) จากทางโรงเรียนเช่นกันครับ
 
  + ขอขอบพระคุณ คุณครูทุกท่านครับ +
ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อธรรมดา วันที่ตอบ 2013-10-06 22:31:16



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.